mifold-car-seat-how-to-choose-car-seat

มารู้จักกับคาร์ซีทกันค่ะ

เวลาคุณพ่อคุณแม่เลือกคาร์ซีทให้ลูกอาจะงง หน่อยใช่มั้ยคะ เพราะมีหลายแบบให้เลือกจนตาลาย แล้วจะเลือกกันยังไงดีล่ะ

ในเว็บไซต์ Healthychildren.org ของต่างประเทศมีการจัดแบ่งคาร์ซีทตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับวัย ความสูง และน้ำหนักตัวของลูก เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรซักถามหรือหารายละเอียดให้แน่ใจเพื่อจะได้ซื้อไม่ผิดแบบไงคะ

เรามาดูคาร์ซีท (Car Seat) แบบต่าง กันเลยค่ะ

1.ทารกและเด็กเล็ก เหมาะกับการใช้คาร์ซีทแบบ Rear-facing ซึ่งเป็นแบบหันศีรษะไปทางด้านหน้ารถและปลายเท้าไปทางท้ายรถเพื่อช่วยรองรับกระดูกคอและศีรษะเด็กเล็กที่ยังกระดูกอ่อนได้ดีกว่าหากเกิดอุบัติเหตุที่โอกาสเกิดมักจะชนจากทางด้านหน้ามากกว่า และ Rear-facing convertible เหมือนแบบแรกแต่สามารถติดตั้งให้กลับทางได้ ใช้ได้จนถึงอายุประมาณ 2 ปี หรือส่วนสูงน้ำหนักไม่เกินกำหนดตามคำแนะนำของคาร์ซีทยี่ห้อนั้น

2.เด็กเล็กและก่อนวัยเรียนเหมาะกับคาร์ซีทแบบหันไปทางด้านหน้ารถ หรือแบบติดตั้งได้ทั้งด้านหน้าและหลัง เด็กที่ค่อนข้างตัวโตหรือตัวยาวเกินคาร์ซีทขนาดเล็กใช้แบบแรกไม่ได้แล้วควรเปลี่ยนเป็นคาร์ซีทแบบนั่งหันไปทางหน้ารถ และใช้ไปจนกระทั่งเริ่มนั่งอึดอึดแสดงว่าตัวโตเกินขนาดแล้ว หรือดูตามน้ำหนักและอายุที่คาร์ซีทกำหนดไว้

3.เด็กวัยเรียนเหมาะกับบูสเตอร์ซีท (Booster seats) เมื่อเด็กตัวโตเกินจะนั่งคาร์ซีทแบบที่ 2 แล้ว ก็ปรับมาใช้บูสเตอร์ซีทแทนค่ะ ซึ่งบูสเตอร์ซีทจะแตกต่างไปจากคาร์ซีทเล็กน้อย นั่นก็คือเบาะนั่งจะไม่มีสายรัดในตัวเองแต่ใช้สายรัดของรถยนต์แทน เหมาะกับเด็กอายุประมาณ 8-12 ขวบ บูสเตอร์ซีทมีทั้งแบบมีพนักพิงและไม่มีพนักพิงให้เลือก

4.เด็กโตเด็กที่ตัวโตเกือบเท่าผู้ใหญ่หรือเท่าผู้ใหญ่อาจจะอายุประมาณ 13 ปีขึ้นไปสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยที่ติดมากับรถยนต์ได้ ดูจากความสูงของเด็กและเมื่อใช้เข็มขัดนิรภัยแล้วสายเข็มขัดพาดบ่าและสะโพกในจุดที่เหมาะสมเช่นเดียวกับเมื่อผู้ใหญ่ใช้งาน

มีคำแนะนำที่น่าสนใจเพิ่มเติมสำหรับการใช้คาร์ซีทด้วยว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีควรนั่งเบาะหลัง ทั้งการเลือกคาร์ซีทและตำแหน่งในการนั่งด้านหลังของรถมีความสำคัญเพราะหมายถึงความปลอดภัยของลูกเราค่ะ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับบูสเตอร์ซีท

ปัจจุบันบูสเตอร์ซีทพัฒนามาสู่แบบใหม่ที่ไม่มีทั้งเบาะนั่งและพนักพิงเพื่อสะดวกในการพกพาไปใช้กับรถคันอื่นรวมทั้งเมื่อต้องเรียกใช้บริการรถแทกซี่ ก็ยังช่วยดูแลความปลอดภัยได้เสมอไม่ว่าลูกจะโดยสารรถคันไหน นับว่าเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์สำหรับเด็กจริง ค่ะ

——————————————-